วันจันทร์ที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2554

การใช้สารสนเทศตามกฎหมายและจริยธรรม

การใช้สารสนเทศตามกฎหมายและจริยธรรม

เทคโนโลยีสารสนเทศมีผลต่อความคิดและพฤติกรรมของมนุษย์
-    การใช้โทรศัพท์มือถือ มีเครื่องมือที่ใช้ในการช่วยจำหมายเลขโทรศัพท์ ทำให้ผู้ใช้โทรศัพท์มือถือมีความรู้สึกว่าไม่มีความจำเป็นจะต้องทำการจดจำหมายเลขโทรศัพท์ของผู้ที่ต้องการติดต่อด้วยอีกต่อไป
                -    พฤติกรรมในการซื้อสินค้า จากเดิมอาจจะต้องไปซื้อสินค้าด้วยตนเองที่ร้านค้า ก็เปลี่ยนเป็นสั่งซื้อผ่านทางอินเทอร์เน็ต
      -  พฤติกรรมในการติดต่อสื่อสารกัน  จากเดิมที่อยู่ในรูปของ 
      จดหมายมีน้อยลง แต่จะเปลี่ยนเป็นใช้การติดต่อผ่าน E-mail  แทน
      -    พฤติกรรมในการค้นหาข้อมูลจากเดิมจะค้นหาข้อมูลจาก
      ห้องสมุด ก็เปลี่ยนเป็นค้นหาจากอินเทอร์เน็ตโดยส่วนใหญ่
เทคโนโลยีสารสนเทศและสังคมมีผลกระทบซึ่งกันและกัน
สังคมมีผลต่อเทคโนโลยีสารสนเทศ  มีแรงผลักดันจากสังคมให้เกิดเทคโนโลยีใหม่ๆเช่น
                    -  เนื่องจากสถานภาพทางเศรษฐกิจ ทำให้มีการออกแบบให้คอมพิวเตอร์สามารถทำงานหลาย ๆ งาน ได้ในขณะเดียวกัน เพื่อทำให้ประหยัดทรัพยากร
                    -  จากกระแสความต้องการการสื่อสารที่รวดเร็วทั่วถึงได้ผลักดันให้เกิดอินเทอร์เน็ตขึ้น
      เทคโนโลยีสารสนเทศส่งผลกระทบต่อสังคม เช่น
                -  เทคโนโลยีสารสนเทศทำให้เกิดรูปแบบสังคมแบบใหม่ที่มีการ 
      พบปะพูดคุยในเรื่องที่มีความสนใจร่วมกัน ผ่านระบบอินเทอร์เน็ต
                -  การติดต่อสื่อสารผ่านระบบอินเทอร์เน็ต อาจจะทำให้เกิดการ
      ล่อลวงกัน จนเกิดเป็นคดีต่าง ๆ
                -  การเข้าถึงข้อมูลและกระจายข้อมูลบนอินเทอร์เน็ตที่ง่ายเกินไป 
      มีผลต่อกลุ่มบุคคลที่ไม่ควรที่จะได้รับข้อมูลเหล่านั้น เช่น ภาพที่ไม่
      เหมาะสม
เทคโนโลยีสารสนเทศมีผลต่อการดำเนินชีวิต
        -    มีความรู้สึกโดยทั่วกันว่า ต้องสามารถติดต่อผู้ที่มีมือถือได้โดยสะดวก หากบางครั้งก็พบอุปสรรค เช่น บางครั้งคู่สนทนาอยู่ในที่อับสัญญาณ ทำให้กระทบต่อการติดต่อสื่อสาร
                                -  เทคโนโลยีสารสนเทศช่วยอำนวยความสะดวกในการดำเนินชีวิตประจำวัน เช่น คอมพิวเตอร์ถูกฝังอยู่ในอุปกรณ์เครื่องใช้ภายในบ้าน อาทิ โทรทัศน์ ตู้เย็น เครื่องซักผ้า ไมโครเวฟ  สภาพชีวิตความเป็นอยู่จึงเปลี่ยนไป เป็นต้น
         -  ระบบคอมพิวเตอร์ที่ควบคุมการจ่ายไฟให้กับพลเมืองเกิดขัดข้อง  จะก่อให้เกิดผลเสียมากมายรวมทั้งเกิดความวุ่นวายต่าง ๆ

ข้อดีและข้อเสียของระบบสารสนเทศ:.

ผลประโยชน์ของระบบสารสนเทศ
1. ระบบสารสนเทศสามารถ ทำการคำนวณและประมวลผลงานได้เร็วกว่าคนมาก
2. ระบบสารสนเทศนำเสนอ ประสิทธิภาพผ่านการให้บริการต่างๆ เช่น ตู้เบิกเงินอัตโนมัติเอทีเอ็ม ระบบ       โทรศัพท์ หรือเครื่องที่ใช้คอมพิวเตอร์ควบคุม เป็นต้น
3. ระบบอินเตอร์เน็ต ช่วยในการเผยแพร่ข่าวสารไปสู่คนทั่วโลกได้
4. ระบบสารสนเทศช่วยให้ สามารถบันทึกรายละเอียดของคนได้อย่างง่ายดายซึ่งอาจจะเป็นการละเมิดสิทธิ ส่วน  บุคคล
5. ผู้คนที่ใช้ระบบ สารสนเทศเป็น อย่างมากจะประสบปัญหาการเจ็บป่วยในรูปแบบใหม่ๆ
ผลกระทบของระบบสารสนเทศ
     
  1.ระบบสารสนเทศช่วย เหลือองค์กรในการเรียนรู้รูปแบบการซื้อสินค้าและความชอบของลูกค้า
  2.ระบบสารสนเทศสนับสนุนการรักษาโรคขั้นก้าวหน้า รังสีวิทยา และการเฝ้าตรวจคนไข้
  3.ระบบงานที่สามารถทำ งานได้โดยอัตโนมัติ อาจทำให้มีคนตกงานเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
4.ระบบสารสนเทศถูกนำมา ใช้งานอย่างกว้างขวางแทบจะในทุกเรื่อง การล้มเหลวของระบบงานอาจนำไปสู่ความล้มเหลวขององค์กร ระบบขนส่งมวลชนหยุดทำงาน หรืออาจร้ายแรงถึงขั้นทำให้ชุมชนเป็นอัมพาตได้
5.ระบบอินเตอร์เน็ตอาจ ถูกนำมาใช้ในการถ่ายทอดข้อมูลหรือโปรแกรมที่ละเมิดลิขสิทธิ์ได้

ความปลอดภัยของสารสนเทศ

ความปลอดภัยของวงจรสารสนเทศ
การจัดการความปลอดภัยของวงจรสารสนเทศ มีการแบ่งย่อยออกเป็น
3 หมวด คือ
Physical Security, Access Control และ Encryption
1.) Physical Security
Physical Security เป็นการรักษาความปลอดภัยของข้อมูล โดยการเลือกใช้สื่อที่มีความมั่นคง
2.) Access Control
Access Control เป็นการกำหนดกฏเกณฑ์ในการเข้าถึงข้อมูลสารสนเทศ
3.) Encryption
Encryption เป็นการป้องกันการใช้งานโดยปรับเปลี่ยนข้อมูลให้เป็นข้อความที่(cipher-text) และมีการถอดรหัส (description) ให้เป็นข้อมูลที่อ่านได้

การ
อยู่
Implement ทางด้านการจัดการความปลอดภัยวงจรสารสนเทศ มีสิ่งที่ต้องพิจารณา4 ด้านด้วยกันคือ
1.) Overall Considerations
Overall Considerations คือ การพิจารณาภาพรวมแล้วหาจุดอ่อน
2.) Physical Security Considerations
Physical Security Considerations เป็นการพิจารณาถึงสื่อที่ใช้ในการบันทึก2 ระดับ คือ
2.1) ระดับการใช้สื่อที่บันทึกข้อมูล (Media level)
การพิจารณาในระดับการใช้สื่อบันทึกข้อมูลจะต้องคำนึงถึงด้านต่างๆ ดังนี้
ไม่ใช้ media ที่มีปัญหา
ไม่ใช้ media ที่ไม่ได้รับอนุญาต
• Media ที่ใช้แล้วควรทำลาย เพื่อป้องกันการแอบนำข้อมูลมาอ่าน
2.2) ระดับศูนย์ข้อมูล (Data center level)
การพิจารณาในระดับศูนย์ข้อมูลจะต้องคำนึงถึงด้านต่างๆ ดังต่อไปนี้
การใช้โทรทัศน์วงจรปิดเพื่อเฝ้าระวังศูนย์ข้อมูล
การปรับปรุงระบบเครือข่ายให้มีความปลอดภัย
การตรวจสอบ ดูแล การใช้โปรแกรมประยุกต์ต่างๆ ในองค์กร
การติดตามพฤติกรรมการใช้งานของผู้ใช้
3.) Access Control Considerations
Access Control Considerations เป็นการพิจารณาถึงวิธีการควบคุมการใช้งาน(ไม่ใช่ตามความต้องการของผู้ใช้) โดยตัวอย่างของการ
ผู้ใช้จะต้องมีการเซ็นต์สัญญาการรักษาความปลอดภัยของข้อมูล (security
agreement) เมื่อต้องการเข้าใช้ข้อมูล
การเข้าถึงข้อมูลจะต้องใช้บัญชีผู้ใช้ของตนเท่านั้น
มีการกำหนดเวลาและสถานที่ในการเข้าถึงข้อมูล เป็นต้น
3
4.) Encryption Considerations
Encryption considerations เป็นการพิจารณาถึงการเข้ารหัสข้อมูลเพื่อให้เกิด(cipher-text) เมื่อข้อมูลถูกส่งไปถึงผู้รับก็ทำการ
Decryption โดยใช้ Key ที่ตรงกันเพื่อทำให้ข้อมูลอ่านรู้เรื่องเพื่อนำไปใช้ต่อไป
สรุป
การปฏิบัติเพื่อการจัดการความปลอดภัยของสารสนเทศขององค์กร จะประกอบด้วย
ขั้นตอนดังนี้
จัดทำข้อมูลด้านความเสี่ยงของสารสนเทศขององค์กร
จัดทำข้อกำหนดและขั้นตอนการรักษาความปลอดภัยของข้อมูล
จัดทำให้เป็นส่วนหนึ่งของแผนงานด้าน ICT ขององค์กร
จัดทำรายงานผลกระทบของผู้ใช้
ปรับปรุงเพิ่มเติมและติดตามผลอย่างต่อเนื่อง
4
บรรณานุกรม
ชลิต วณิชยานันต์
Sun Microsystems, inc. 2549
กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
. Information Security (IS) และ มาตรฐานISO/IEC 27001, 2549
. Best Practices in Information Lifecycle Management Security,
ความปลอดภัยในระหว่างที่มีการรับส่งข้อมูล โดยเมื่อผู้ส่งจะทำการส่งข้อมูลจะต้องมีการ
ทำให้เป็นข้อความที่อ่านไม่รู้เรื่อง
ซึ่งทำโดยหน่วยงานกลาง เป็นการกำหนดนโยบายความปลอดภัยให้เป็นไปอย่างมีเหตุผล
และความจำเป็นของการใช้งาน
กำหนดนโยบายความปลอดภัย เช่น
ข้อมูลและสถานที่เก็บข้อมูล โดยแบ่งเป็น
อ่านไม่รู้เรื่อง
 

วันศุกร์ที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2554

วิทยาการและความล้ำหน้าทางเทคโนโลยี (Internet)

 วิทยาการและความล้ำหน้าทางเทคโนโลยี(สรุป)

ปัจจุบันเทคโนโลยีได้เป็นที่สนใจของคนทุกมุมโลกทุกสาขา เทคโนโลยีจึงเป็นที่แพร่หลายและถูกนำเทคโนโลยีมาใช้ในการทำงานและดำเนินชีวิตประจำวัน การเรียนการศึกษาในสมัยนี้จึงมีหลักสูตรที่เกี่ยวกับเทคโนโลยีเข้าไปด้วย หากถามว่าเทคโนโลยีที่ล้ำหน้าที่สุดและคนทั้งโลกให้ความสำคัญมากที่สุดคงปฏิเสทไม่ได้ว่าคือเทคโนโลยีสารสนเทศหรือที่เรารู้จักกันดีคือคอมพิวเตอร์เพราะปัจจุบันนี้เรามองไปทางไหนก็น่าจะมีอะไรที่เกี่ยวกับเทคโนโลยีสารสนเทศไปหมด ไม่ว่าจะเป็น โทรศัพท์ มือถือ อินเทอร์เน็ต คอมพิวเตอร์เตอร์ PDA GPS ดาวเทียม ก็ล้วนแต่เป็นเทคโนโลยีสารสนเทศ และไม่นานมานี้ได้มีการออก พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิด เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ เป็นการบ่งบอกว่าสังคมให้ความสำคัญแก่คอมพิวเตอร์

อินเทอร์เน็ต (Internet) หมายถึง เครือข่ายคอมพิวเตอร์นานาชาติ

ประโยชน์ของอินเทอร์เน็ต
1ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์(Electronic mail=E-mail) เป็นการส่งจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต
2เทลเน็ต(Telnet) การใช้งานคอมพิวเตอร์อีกเครื่องหนึ่งที่อยู่ไกล ๆ ได้ด้วยตน
3การโอนถ่ายข้อมูล(File Transfer Protocol ) ค้นหาและเรียกข้อมูลจากแหล่งต่างๆมาเก็บไว้ในเครื่องของเราได้ 4การสืบค้นข้อมูล (Gopher,Archie,World wide Web) การใช้เครือข่ายอินเทอร์เน็ตในการค้นหาข่าวสาร
5การแลกเปลี่ยนข่าวสารและความคิดเห็น(Usenet) เป็นการบริการแลกเปลี่ยนข่าวสารและแสดงความคิดเห็นที่ผู้ใช้บริการอินเทอร์เน็ตทั่วโลก
6การสื่อสารด้วยข้อความ (Chat,IRC-Internet Relay chat) เป็นการพูดคุย โดยพิมพ์ข้อความตอบกัน
7การซื้อขายสินค้าและบริการ(E-Commerce = Electronic Commerce) เป็นการซื้อ - สินค้าและบริการ ผ่านอินเทอร์เน็ต
8การให้ความบันเทิง (Entertain) บนอินเทอร์เน็ตมีบริการด้านความบันเทิงหลายรูปแบบต่างๆ

อ้างอิง http://pscmu.blogspot.com/2008/08/blog-post_31.html

เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์(สรุป)

เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์(สรุป)

คอมพิวเตอร์  เป็นเครื่องอิเล็กทรอนิกส์ที่สามารถจดจำข้อมูลต่าง ๆ และปฏิบัติตามคำสั่งที่

บอก เพื่อให้คอมพิวเตอร์ทำงานอย่างใดอย่างหนึ่งให้ คอมพิวเตอร์นั้นประกอบด้วยอุปกรณ์

ต่าง ๆ ต่อเชื่อมกันเรียกว่า ฮาร์ดแวร์ (Hardware) และอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์นี้จะต้องทำงานร่วม

กับโปรแกรมคอมพิวเตอร์หรือที่เรียกกันว่า ซอฟต์แวร์


ฮาร์ดแวร์ ประกอบด้วย 5 ส่วน คือ

1. อุปกรณ์รับข้อมูลล

2.หน่วยประมวลผลกลาง 
3.หน่วยความจำหลักมาประมวลผล
4.หน่วยความจำหลัก

5. หน่วยความจำสำรอง

ซอฟต์แวร์ประยุกต์นี้สามารถแบ่งเป็น 3 ชนิด คือ
1. ซอฟต์แวร์ประยุกต์เพื่องานทั่วไป

2. ซอฟต์แวร์ประยุกต์เฉพาะงาน
3. ซอฟต์แวร์ประยุกต์อื่น ๆ เป็นซอฟ


อ้างอิง http://www.itdestination.com/resources/tech/showtech.php?00009

วันพฤหัสบดีที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

เทคโนโลยีสารสนเทศกับการพัฒนาประเทศ

เทคโนโลยีสารสนเทศกับการพัฒนาประเทศ
 

            เทคโนโลยีสารสนเทศเป็นฐานรากที่รองรับสังคมสารสนเทศ” (Information Society) ที่มี สารสนเทศเป็นหัวใจสำคัญ เทคโนโลยีสารสนเทศ สามารถประยุกต์ใช้ประโยชน์ในการจัดบริการสังคมพื้นฐาน ในขบวนการพัฒนาสังคม เช่น ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในการศึกษา ทางด้านสาธารณสุข การบริหารรัฐกิจ ฯลฯ เป็นต้น
เทคโนโลยีสารสนเทศกับการพัฒนาด้านศึกษา
           
 ครรชิต มาลัยวงศ์ (2540) และได้เสนอแนวทางการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในการศึกษาไว้ 5 ประเด็น คือ
  1.การใช้คอมพิวเตอร์ช่วยสอน (
Computer Assisted Instruction) มีหลายรูปแบบเช่น Drill and Practice, Linear Program , Branching Program, Simulation, Game, Multimedia, Intelligence CAI
  
2.การศึกษาทางไกล (Distance Learning) ซึ่งจัดได้หลายรูปแบบ เช่น การใช้วิทยุ โทรทัศน์ การสื่อสารโดยใช้ระบบแพร่ภาพผ่านดาวเทียม (Direct to Home : DTH) หรือระบบการแระชุมทางไกล (Video Teleconference) 
  3.เครือข่ายการศึกษา (
Education Network) ซึ่งเป็นการนำเครือข่ายอินเทอร์เน็ตมาใช้ ซึ่งมีบริการในหลายรูปแบบ เช่น Electronic Mail , File Transfer Protocol, Telnet , World Wide Web เป็นต้น เครื่องข่ายคอมพิวเตอร์จะสามารถให้ผู้เรียนได้เข้าถึงแหล่งข้อมูลสารสนเทศที่มีจำนวนมากมายที่เชื่อมโยงในเครือข่ายทั่วโลก 
  4.การใช้งานในห้องสมุด (
Electronic Library) เป็นการประยุกต์ใช้ในการสืบค้นข้อมูลหนังสือ วารสาร หรือบทคัดย่อวิทยานิพนธ์ ผลงานการวิจัย 
  5.การใช้งานในห้องปฏิบัติการ เช่น การใช้คอมพิวเตอร์เพื่อการจำลองสถานการณ์ (
Simulation) การใช้ในงานประจำและงานบริหาร (Computer Manage Instruction) เป็นการประยุกต์ใช้ในสำนักงานเพื่อช่วยในการบริหาร จัดการ ทำให้เกิดความคล่องตัว รวดเร็วและแม่นยำ การตัดสินใจในการดำเนินการต่างๆ ย่อมเกิดประสิทธิภาพสูงสุด

เทคโนโลยีสารสนเทศกับการพัฒนาด้านเศรษฐกิจ
           
เทคโนโลยีสารสนเทศมีบทบาทในด้านเศรษฐกิจโดยสามารถนำมาประยุกต์ใช้ประโยชน์และเพิ่มขีดสามารถในการแข่งขันทั้งภาคการผลิตและบริการ ภาคการเงินการคลังทั้งภายใน ประเทศ และเพื่อการส่งออก อีกทั้งยังประยุกต์ใช้ประโยชน์ในการพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม

            วงจรของระบบการค้าอิเล็กทรอนิกส์

แหล่งอ้างอิง

วันจันทร์ที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2554

ความแตกต่างของข้อมูลและสารสนเทศ

ข้อมูล (Data)   
          คือ เหตุการณ์จริงที่เกิดขึ้นประจำวันในการดำเนินธุรกิจขององค์กร เช่น รายการสั่งซื้อสินค้าจากลูกค้า รายการส่งสินค้า ชื่อที่อยู่ลูกค้า ยอดขายในแต่ละวัน เป็นต้น ข้อมูลอาจเป็นได้หลายชนิด เช่น ตัวเลข ตัวอักษร รูปภาพ รูปถ่าย หรือแม้กระทั่งเสียง
สารสนเทศหรือสารนิเทศ(Lnformation)
             หมายถึง ข้อมูล ข่าวสาร ความรู้ เรื่องราวข้อเท็จจริง หรือปรากฏการณ์ ที่เกิดขึ้น แต่ในเชิงลึกหมายถึง ข้อมูลข่าวสารที่ผ่านการประมวลผลซึ่งมีความหมายและสามารถนำไปใช้ในการตัดสินใจในชิวิตประจำวัน หรือการทำงานนั้
ข้อแตกต่างระหว่างข้อมูลและสารสนเทศ           
 ข้อมูลแตกต่างจากสารสนเทศคือ ข้อมูลเป็น ส่วนของข้อเท็จจริง โดยได้จากการเก็บมาจากเหตุการณ์ต่างๆ สารสนเทศคือข้อมูลที่นำมาผ่านกระบวนการเพื่อสามารถนำไปใช้ ในการตัดสินใจต่อไปได้ทันทีหรือการนำข้อมูลมาประมวลผลเพื่อการนำไปใช้งาน ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

ตัวอย่างข้อแตกต่างระหว่างข้อมูลและสารสนเทศ
ข้อมูล: นิสิตในมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งมีจำนวน1 คน อาจารย์มีจำนวน 1คน
สารสนเทศ: อัตรานิสิตต่ออาจารย์ของมหาวิทยาลัยแห่งเดียวกัน = 36,000/350 = 102.86